ราซิ่ง 2010/11 : ซาราเบีย & กานาเลส

defensacentral หรือที่หลายๆคนคุ้นหูในนาม DC ซึ่งนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสโมสร เรอัล มาดริด อยู่เป็นประจำ หลังจากแมตช์กับ ราซิ่ง ซานตาเดร์ ที่ เอล ซาดิเนโร่ ผ่านมานั้น DC ก็ได้รายงานทันทีว่า ทาง ราซิ่ง ได้สนใจในการทาบทามตัว พาโบล ซาราเบีย และ มาร์กอส อลอนโซ่ มาเล่นร่วมทีมในสัญญายืมตัวซีซั่นหน้า

(link ข่าว จาก DC)

(คนเดียวกับที่ บาร์ซ่า เป็นข่าวว่าจะซื้อไปอะ “บาร์ซ่าทำแสบเตรียม ฉกดาวรุ่งชุดขาว“)

(ผมเคยพิมพ์บทความไปครั้งนึงเกี่ยวกับเด็กคนนี้ตอนได้เลื่อนขึ้นมาเล่นทีมสำรองครั้งแรก ใครยังไม่เคยอ่านลองกลับไปดู… คลิ๊ก)

มิเกล อังเกล โปรตุกัล

โดย DC ได้รายงานว่า เป็นทาง มิเกล อังเกล โปรตุกัล ที่สนใจและอยากได้ไปร่วมทีม โดย โปรตุกัล ก็เป็นอดีตผู้อำนวยการฝ่ายเืึทคนิกของ เรอัล มาดริด จึงเป็นคนที่ได้รับการยอมรับ และ มีเครดิตพอสมควรในมาดริด (นอกจากนี้ยังเคยคุมทีม C ของ เรอัล มาดริด ครั้งนึง, และ กาสตีย่า สองครั้งด้วย) (หลายๆคนเชื่ออีกว่า เขาเกือบจะได้เป็นโค้ชชุดใหญ่ของ เรอัล มาดริด แล้วในช่วงที่ ชูสเตอร์ โดนไล่ออก แต่ไปๆมาๆ กัลเดร่อน เลือก ฆวนเด้ รามอส แทน) เชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีนี้น่าจะทำให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น

โดยก่อนหน้านี้ หลายๆคนก็เชื่อว่า โปรตุกัล เคยช่วย เรอัล มาดริด มาแล้ว โดยเป็นคนที่แนะให้ กานาเลส ปฏิเศษทีมใหญ่ๆทีมอื่นๆ แล้วก็แนะให้ไปร่วมทีม เรอัล มาดริด รวมถึงก่อนหน้านี้ แล้วก็ช่วยในการซื้อขายของ เอเซเกล การาย เช่นกัน

การาย (สมัยอยู่ราซิ่ง)

ที่มันน่าสนใจคือ ถ้าเรื่องนี้เป็นเีรื่องจริง เรอัล มาดริด ก็คงไม่น่าจะฝ่าฝืนอะไร เพราะตามแผนที่สโมสรวางไว้ ซาราเบีย ในปีหน้าก็น่าจะได้โอกาสไปเล่นในทีมอื่นในลาลีก้าในฐานะนักเตะยืมตัวอยู่แล้ว เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นทีมอะไร (หลายๆคนคิดว่าน่าจะไป เกตาเฟ่ อีกแหละ) ถ้า ราซิ่ง อยากได้ และ โปรตุกัล เป็นโ้ค้ช ก็น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะ โปรตุกัล ก็คงช่วยดูแลนักเตะเป็นอย่างดี

ถ้าข่าวนี้เป็นจริง ราซิ่งสนใจจริง ก็เป็นไปได้เหมือนกัน….

ในรายของ กานาเลส ในช่วงปิดซีซั่นนี้ แน่นอน ตอนนี้เป็นนักเตะของ เรอัล มาดริด แล้ว ก็ต้องกลับมาสโมสร ตามสัญญาก็ต้องกลับมาซ้อมกับทีมในช่วง พรีซีซั่น ก่อนจะปล่อยให้่ ราซิ่ง ไปใช้งานอีกปีนึง…(ถ้า เปเยกรินี่ เปลี่ยนใจ ไม่อยากทำตามสัญญาระบุ ก็จ่ายเงินชดเชยให้ ราซิ่ง ประมาณ ล้านนึง ได้)

แล้วถ้าทุกอย่างเป็นไปตามนั้น….

ปีหน้า ไม่แน่…เราอาจจะได้เห็นสองอนาคตดาวรุ่งชาวสเปน ของ เรอัล มาดริด เล่นให้กับ ราซิ่ง ซานตาเดร์ ก็เป็นได้….แฟนๆมาดริดทุกคนหวังสูงมากๆแน่นอนกับดาวรุ่งสองคนนี้ ถ้าถามแฟนๆ เรอัล มาดริด ว่าคนที่จะมาสืบทอดตำนานเบอร์ 7 และตำแหน่งกัปตันทีมของ ราอูล ในอนาคตจะเป็นใคร….กานาเลส กับ ซาราเบีย ก็คงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งและสองแน่ๆ

น่าสนใจจริงๆว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ราซิ่ง ในยุคที่แนวรุกนำโดยเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงของ เีรอัล มาดริด จะไปได้ไกลขนาดไหน สองคนนี้จะเล่นเข้าขากันดีไหม แล้วหลังจากนั้น เรอัล มาดริด จะทำอย่างไรต่อไป….

นอกจากนั้นในข่าวยังบอกว่า ราซิ่ง ยังสนใจดาวรุ่งอีกคนนึงคือ มาร์กอส อลอนโซ่ ของ เรอัล มาดริด ด้วย โดย อลอนโซ่ พึ่งได้เปิดซิงกับทีมชุดใหญ่นัดแรกที่ผ่านมากับ ราซิ่ง ในช่วงท้ายเกมส์ เคยพิมพ์รายละเอียดของเด็กคนนี้ไปแล้วใน พรีวิวก่อนเกมส์นัดเจอ ราซิ่ง เอามาแปะให้อีกทีละกัน

โดยเฉพาะในรายของ มาร์กอส อลอนโซ่ ฤดูกาลนี้เคยถูกเรียกติดทีมมาแล้วครั้งสองครั้ง ทำผลงานในทีมสำรองได้ดี ติดทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี เป็นดาวรุ่งตำแหน่งแบ็คซ้ายที่น่าสนใจมากๆคนนึง พ่อเค้าก็เคยเป็นเด็กปั้นมาดริดครับ แต่ไปดังอยู่ทีมอย่าง ราซิ่ง แอตมาดริด และ บาร์ซ่า ปู่เขาเคย อยู่กับมาดริดในช่วง 50s-60s เป็นหนึ่งใน 6 นักเตะที่มี โอกาสได้สัมผัสถ้วยยุโรปถึง 5 ใบติดต่อกัน เรียกว่าบ้านแทบแตก เพราะ พ่อเป็นแฟนบาร์ซ่า ปู่เป็นแฟนมาดริด….ไปๆมาๆ สงสัยเชื้อปู่จะแรงกว่าพ่อซะแล้ว…เพราะในวัย 12 ปี เขาก็มาเข้าฝึกกับ เรอัล มาดริด และเป็น มาดริสต้า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

น่าสนใจว่าหลานเขาจะทำได้ขนาดไหน อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับเด็กคนนี้คือ แคว้น กันตาเบรีย ซึ่งเป็นแคว้นปกครองตนเองในประเทศสเปน เป็นบ้านเกิดของเขา แล้วก็เป็นแคว้นเดียวกับที่ สโมสร ราซิ่ง (สโมสร ราซิ่ง ตั้งอยู่ในเมือง ซานตาเดร์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นนี้) ตั้งอยู่ด้วย! เรียกว่าน่าจะคุ้นเคยกันกับสโมสรเป็นอย่างดี และนอกจากนั้น เขายังเป็นเพื่อนกับ เซอร์คิโอ กานาเลส มิดฟิลด์ดาวรุ่งตัวใหม่ของ เรอัล มาดริด เพราะเกิดที่เดียวกัน และเคยเล่นร่วมกันในทีมชาติชุดเล็ก น่าสนใจว่าวันนี้จะได้ลงเจอกับทีมจากบ้านเกิดรึเปล่า… (โอกาสลงตัวจริงก็มีเหมือนกัน ถ้า เปเยกรินี่ อยากดัน มาร์เซโล่ ขึ้นไปเล่น มิดฟิลด์…) ถ้าได้ลงเขาน่าจะได้ใส่เสื้อหมายเลข 28 ซึ่งเป็นวันเกิดของเขา…

โอกาส เป็นไปได้ มี….แต่ตอนนี้มันก็แค่ข่าว….รอดูความคืบหน้าต่อไป!

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:
เกมส์แรกของ ซาราเบีย ในทีม กาสตีย่า ในสนาม ดิ สเตฟานโน่ (ซึ่งเป็นสนามเหย้่าของ กาสตีย่า) เป็นเกมส์กับ ราซิ่ง B ซะด้วย เจ้าตัวทำผลงานได้สุดยอด ได้รับเลือกเป็น แมนออฟเดอะัแมตช์ ช่วงยิงหนึ่งจ่ายหนึ่ง ชนะไป 5-2

ซาราเบีย ยิงลูก 2 (จากลูกเปิดสุดงามของ เปโดร มอสเกร่า นักเตะอีกคนนึงที่ได้โอกาสลงกับชุดใหญ่ไปแล้วปีนี้…) และแน่นอน….ใส่เสื้อเบอร์ 7 ด้วย!

ฟรันเชสก์ "เซสก์" ฟาเบรกัส โซเลร์

กาสตีย่า … ทศวรรษแห่งการสูญเสีย…

เรอัล มาดริด vs. เอ่อ… เรอัล มาดริด (ที่ไม่ได้โอกาส)?


ณ เวลานี้ เรอัล มาดริด มีนักเตะที่ผ่านการฝึกในทีมสำรองอย่าง เรอัล มาดริด กาสตีย่าอยู่ 5 คนด้วยกัน มีรายชื่อดังนี้ :

  • Raul (Real Madrid)
  • Guti (Real Madrid)
  • Casillas (Real Madrid)
  • Granero (Real Madrid)
  • Arbeloa (Real Madrid)

5 คน… โดยที่ยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมในเวลานี้มีเพียง 2 รายคือ อัลวาโร่ อาเบลัว กับ อีเคร์ กาซิยาส…. จำเลข 5 เอาไว้ให้ดีๆ…

เรามาดูอีก(อย่างต่ำๆ)อีก 75 คน!!! กันดีกว่าที่ผ่านการฝึกในทีมสำรองอย่าง เรอัล มาดริด กาสตีย่า (อย่างน้อยหนึ่งฤดูกาล) แต่เวลานี้ไม่ได้สวมเสื้อสีขาว ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา : (รายชื่อจาก theoffside)

  • Callejon brothers (Espanyol and Albacete)
  • Juanfran (Osasuna)
  • Mata (Valencia)
  • Luis Filipe (Deportivo)
  • Javi Garcia (Benfica)
  • Negredo (Sevilla)
  • Soldado (Getafe)
  • Adrian (Getafe)
  • Parejo (Getafe)
  • Torres (Getafe)
  • Codina (Getafe)
  • Kiko Casilla (Cadiz)
  • Borja (Valladolid)
  • Borja Valero (Real Mallorca)
  • Pavon (Zaragoza)
  • Mejia (Murcia)
  • Raul Bravo (Olympiakos)
  • Bueno (Valladolid)
  • Agus (Cordoba)
  • Portillo (Osasuna)
  • Aranda (Osasuna)
  • Javier Balboa (Benfica)
  • David Barral (Sporting Gijon)
  • Roberto Trashorras (Celta Vigo)
  • David Aganzo (Vallecano)
  • Esteban Cambiasso (Inter)
  • David Cobeno (Vallecano)
  • Ruben de la Red (Injured)
  • Miguel Angel Corona (Almeria)
  • Samuel Eto (Inter)
  • Dani Guillen (unknown)
  • Jurado (Atletico Madrid)
  • Jordi Lopez (Swansea)
  • Diego Lopez (Villarreal)
  • Oscar Minambres (retired, injuries)
  • Mista (Deportivo)
  • Toni Moral (Racing Santander)
  • Cesar Navas (Rubin Kazan)
  • Nieto (Almeria)
  • Rodri (Elche)
  • Chupe (SD Noja)
  • Ruben Gonzalez (Real Mallorca)
  • Miguel Palencia (unknown)
  • Miguel Palanca (Castellon)
  • Javier Paredes (Zaragoza)
  • Albert Rivera (Sporting Gijon) เป็นผู้เล่นที่เด็กที่สุดที่ได้ลงเล่นกับ มาดริด ชุดใหญ่
  • RIki (Deportivo)
  • Sergio Alejandro (Hercules)
  • Schorch (FC Cologne)
  • David Sousa (Albacete)
  • Tote (Hercules)
  • Manuel Tena (Vallecano)
  • Villafane (Boca Juniors)
  • Valdo (Malaga)
  • Fernando (Malaga)
  • Juan Forlin (Espanyol)
  • Thaer (unknown)
  • Jeffrey (unkown)
  • Ernesto Gomez Gomez (Alcorcon)
  • Borja (Alcorcon)
  • Rayco (Real Ovideo)
  • Gonzalo Garcia (FC Gronigen)
  • Luis Garcia (Espanyol)
  • Julio Alvarez Mosquera (Real Mallorca)
  • Dani Cifuentes (Cadiz)
  • Enrique Corrales (Real Mallorca)
  • Adrian Martin (Levante)
  • Alex Perez (Albacete)
  • Oscar Diaz (Real Mallorca)
  • Carlos Sanchez (Castellon)
  • Sergio Sanchez (Sevilla)
  • Rafeal Santacruz (AD Cueta)
  • Andres Del Campo (Elche)
  • Jose Zamora (Ponferradina)
  • Gorka (Real Madrid C)
เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ซามูเอล เอโต้, ฆวน มานูเอล มาตา

บางคนโดนสโมสรขายทิ้งไปเนื่องจากไม่สามารถสอดแทรกตำแหน่งในทีมได้ บางคนถูกปล่อยออกไปเพื่อไปหาประสบการณ์โดยมีรายละเอียดในการซื้อกลับภายในระยะเวลาที่กำหนด บางคนก็ถูกปล่อยลอยแพตั้งแต่ยังไม่ได้โอกาสขึ้นชุดใหญ่เลยซะด้วยซ้ำ

ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรก็ตาม เรอัล มาดริด เมื่อเปรียบเทียบจำนวนนักเตะที่ข้างบน คงไม่สามารถปฏิเศษได้ว่าพวกเขาไม่ได้ใช้ขุมกำลังในทีมชุดเยาวชนเท่าที่ควรจะเป็น (นี่แค่นักเตะที่ถูกปล่อยตอน กาสตีย่า ส่วนนึง เท่านั้น... ยังมีอีกจำนวนมากที่อยู่ทีม C หรือทีมเยาวชน แล้วถูกปล่อยออกไป)

เรอัล มาดริด ถูกโจมตีอย่างหนักว่าไม่สนใจเยาวชนท้องถิ่นเท่าที่ควร (เพราะความสำเร็จของ ลา มาเซีย ด้วยจึงเกิดการเปรียบเทียบ) ในช่วงหลังๆ มีนักเตะเยาวชนที่มีคุณภาพเพียงพอที่จะเล่นในลีกสูงสุดมากมายที่โดนปล่อยออกไป เหตุผลที่บอร์ดบริหารให้ส่วนใหญ่ก็ออกประมาณว่า “ยังไม่พร้อมสำหรับทีมชุดใหญ่”..

เรอัล มาดริด เป็นทีมขนาดใหญ่ และ ประกาศตัวเองว่าเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ต้องการความสำเร็จต่อเนื่อง ไม่สามารถรอคอยความสำเร็จได้ สโมสรจึงจำเป็นที่ต้องซื้อนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเข้ามาเสริมทัพอยู่ตลอด ทำให้ช่องว่างสำหรับเยาวชนในทีมเหลือไม่มากนัก

การก้าวสู่ทีมชุดใหญ่มันถือว่าเป็นก้าวใหญ่มากๆสำหรับนักเตะคนๆนึง ที่ฝันว่าอยากจะเล่นให้ทีมตั้งแต่ยังเด็กๆ สำหรับมาดริด นักเตะน้อยคนที่จะได้โอกาส และ น้อยคนที่ได้โอกาสนั้น กลับไม่ได้โอกาสปรับตัวให้เข้ากับทีม เมื่อพวกเขาได้โอกาสพวกเขาต้องทำผลงานให้เทียบเท่ากับ สตาร์ระดับโลก ที่สโมสรได้ซื้อมา ถ้าไม่เช่นนั้นถือว่าล้มเหลว ต่างกับสโมสรอื่นที่เด็กๆเหล่านี้ก็คงได้เรียนรู้ ปรับตัวเข้ากับชุดใหญ่ทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆมีบทบาทในทีมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นนักเตะคนสำคัญ (อิเนสต้า, ซาบี, …)

นักเตะเยาวชนของ เรอัล มาดริด มากมายที่ได้โอกาสขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ ได้โอกาสนัดสองนัด เห็นว่าเล่นสู้สตาร์ระดับโลกไม่ได้ โดนดองยาว แล้วก็ต้องย้ายออกไป ตัวอย่างมีเต็มไปหมด อย่างรายล่าสุด ฆาบี การ์เซียเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ได้รับการยกย่องว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในรุ่นของเขา (ตอนสมัยอยู่ทีมเยาวชน เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเหนือ ฆาบี มาร์ติเนซ ของ บิลเบาด้วย) สโมสรเห็นว่ายังไม่พร้อม ปล่อยออกไปหาประสบการณ์ก่อนกับ โอซาซูน่า

พอทำได้ดีกับ โอซาซูน่า ดึงกลับมา กลับไม่ได้โอกาสโชว์ฝีเท้าเท่าที่ควร โดนโยกไปเล่นตำแหน่งที่ตัวเองไม่ถนัดเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับทีม (เซนเตอร์แบ็ค) พอได้โอกาสเล่นตำแหน่งที่ถนัดก็ได้โอกาสไม่กี่นัด นานๆจะให้ลงที พอลงปุ๊บก็ไม่ให้โอกาสปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีม สุดท้ายก็ต้องย้ายออกไปหลังจบซีซั่น ไปอยู่กับ เบนฟิก้า ในค่าตัวประมาณ 7 ล้านยูโร

แฟนๆเบนฟิก้าตอนแรกก็งงๆว่าซื้อมาทำไม แพงก็แพง ซื้อมาก็มาทับตำแหน่งเดิมของพวกที่มีอยู่แล้ว แต่ยิ่งพอเล่นไปเล่นมา แฟนๆเบนฟิก้า ก็ยิ่งชอบ จนตอนนี้กลายเป็นตัวหลักของเบนฟิก้า เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในตำแหน่งนั้นๆ เป็นหนึ่งในการซื้อประจำฤดูกาลของลีกโปรตุเกส เป็นหนึ่งในตัวเลือกของทีมชาติสเปนลุ้นไปเตะบอลโลก…. ฝีเท้า ความสามารถ ของเขาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้วครับ สิ่งเดียวที่แตกต่าง ที่ ฆาบี การ์เซีย มีตอนอยู่ เบนฟิก้า แต่ไม่มีตอนอยู่ เรอัล มาดริด คือ “โอกาส” ในการปรับตัว และการโชว์ความสามารถที่แท้จริงของเขา

โรแบร์โต้ โซลดาโด้, ฆาบี การ์เซีย, อัลวาโร่ เนเกรโด้

เรอัล มาดริด ต้องการนักเตะที่เข้ามา แล้วสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ทันที แน่นอนว่านักเตะจากเยาวชน น้อยคนนักไม่ว่าจะมาจากสโมสรสามารถทำได้เช่นนั้น ราอูล กาซิยาส เมสซี่ ไม่ได้หากันง่ายๆ

นักเตะหลายต่อหลายคนจากรายชื่อ 75 นักเตะข้างบน (แน่นอนไม่ใช่ทั้ง75คน) มีฝีเท้าสำหรับสโมสรอย่างมาดริด  แต่หากมองย้อนกลับไป หากพวกเขาได้รับโอกาส ได้โอกาสปรับตัวเข้าสู่ทีมมากกว่าที่เป็น หลายๆคนคงกลายเป็นส่วนสำคัญของทีมได้ไม่ยาก

นักเตะที่ผมได้ทำตัวหนาเอาไว้ เป็นเหล่านักเตะที่ผมเชื่อว่าน่าจะมีโอกาสเติบโตเป็นนักเตะตัวหลักของสโมสรได้ไม่ยาก ส่วนนักเตะที่ไม่ได้ทำตัวหนาเอาไว้ หากได้รับการดูแลดีๆ ผมก็เชื่อว่าสามารถขึ้นมาเป็นนักเตะในทีมได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร แต่มาดริดเลือกที่จะซื้อนักเตะต่างชาติอย่าง เดรนเธ่ (14ล้านยูโร), กาโก้(20.4ล้านยูโร) มานั่งสำรอง

จริงๆใครลองเอาผู้เล่นในรายชื่อข้างบนมาจัดทีมคงได้อย่างน้อยๆ 2-3 ทีมที่เล่นในลาลีก้าได้สบายๆ

ผมเคยอ่านเจอเมื่อประมาณปีที่แล้วว่า เรอัล มาดริด เป็นทีมที่มีผู้เล่นที่ผ่านระบบเยาวชนของสโมสรค้าแข้งสูงสุดในยุโรปช่วงเวลานั้น (จำได้ว่าตัวเลขน่าจะประมาณ 50 คน) ในขณะเดียวกัน ที่สองอย่างบาร์เซโลน่า (หรือที่สามหว่า…) มีเพียง 25 คน (ถ้าตัวเลขอะไรผิดขออภัย พยายามหาแหล่งที่อ่านแล้ว แต่ไม่เจอ แต่คงไม่ต่างจากที่เขียนมาก)

แต่ล่าสุดผมไปอ่านเจอใน as เขาบอกว่านักเตะมีถึง 107 ที่เล่นทั่วยุโรป ที่เคยผ่านเยาวชนของ เรอัล มาดริด 51 คนเล่นในลาลีก้า 43 คนในเซกุนด้า และอีก 13 คนนอกสเปน ทีมที่มีนักเตะเยาวชนมาดริดเยอะสุดก็หนีไม่พ้น เกตาเฟ่ ทีมร่วมเมืองที่มีอดีตผู้เล่นมาดริดถึง 7 คน (จริงๆถ้านับโค้ชด้วยก็เป็น 8) ถือว่าเป็นตัวเลขที่เหลือเชื่อจริงๆ…(ผ่านระบบเยาวชน คืออาจจะออกไปตอนช่วงอยู่ทีมชุด กาสตีย่า, C, หรือว่าชุดเด็กก็นับหมด)

คลิ๊กเพื่อดูภาพใหญ่

หากดูจากสถิติต่างๆ การที่จะบอกว่าระบบเยาวชนของ เรอัล มาดริด ไม่ประสิทธิผลเท่าสโมสรอื่นคงไม่ใช่แน่ๆ เพียงแต่เหตุผลจริงๆคือสโมสรขาดประสิทธิผลในการหยิบใช้ทรัพยากรณ์ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพมากกว่า

คนสุดท้ายที่ เรอัล มาดริด ปั้นขึ้นมา แล้วขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือ อีเคร์ กาซิยาส นั่นเอง แต่มันก็ร่วมกว่าทศวรรษแล้ว (ขึ้นชุดใหญ่ครั้งแรก ฤดูกาล 1998–99)ใครจะไปคิดว่าสิบปีผ่านมา จะไม่มีนักเตะเยาวชนมาดริดขึ้นมายึดตำแหน่งในทีมแบบมั่นคงได้อีกเลย

อนาคตข้างหน้าต่อไปนี้จะเป็นอย่างไร นักเตะที่มีแววอย่าง ปาเรโฆ, กราเนโร่, เนเกรโด้, หรือเพชรเม็ดงามที่อยู่ในทีมสำรองอย่าง ซาราเบีย, มาร์กอส อลอนโซ่ จะได้โอกาสเพียงพอที่จะเจริญรอยตามรุ่นพี่ๆมากเพียงพอหรือไม่… ในฐานะแฟนบอล เราคงทำไรไม่ได้มากนอกจากรอติดตาม และ ให้กำลังใจกันต่อไป…

เฮ้อ….

_______________________

ใครสนใจรายละเอียด ติดตาม ข้อมูล อัพเดทต่างๆเกี่ยวกับ กาสตีย่า ก็คลิ๊กเข้าไปนะครับ ปกติจะมีการอัพเดทผลการแข่งขัน ข่าวคราวนิดๆหน่อยๆ พอสังเขป

Futbol Draft : 132 คนสุดท้าย


รูปนักเตะ บาร์เซโลน่า ที่ได้รางวัลจากปีที่แล้ว มี บุสเก็ตต์ โบยาน และ มาร์ค มูเนสต้า จากซ้ายไปขวาในรูป


ทุกๆปีคณะกรรมการพิเศษจาก Futbol Draft จะมาลงความเห็น เลือกกลุ่มนักเตะดาวรุ่งของวงการลูกหนังสเปน และปีนี้ก็เช่นกัน ผู้เล่นกลุ่มหนึ่ง 132 คนถูกโหวตให้ติดทีมในรอบแรก อายุอยู่ระหว่างตั้งแต่ 16 ปีจน 20 ปี 132 คนนี้ถูกแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ 11 กลุ่ม กลุ่มละ 12 คน และเมื่อถึงรอบสุดท้าย 12 คนก็จะถูกคัดออกจนเหลือ 3 คนได้เป็นอันดับ 1 2 3 ในแต่ละกลุ่มเล็กๆ

แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีกลุ่มอะไรบ้าง…
1 – porteros – ผู้รักษาประตู
2 – defensa derecho – แบ็คขวา
3 – defensa izquierdo – แบ้คซ้าย
4 – defensa central izquierdo – เซนเตอร์ (ซ้าย)
5 – defensa central derecho – เซนเตอร์ (ขวา)
6 – mediocentro derecho – มิดฟิลด์ตัวกลาง (ขวา)
7 – mediocentro izquierdo – มิดฟิลด์ตัวกลาง (ซ้าย)
8 – banda izquierdo – ปีกซ้าย
9 – banda derecho – ปีกขวา
10 – media punta – มิดฟิลด์ตัวรุก
11 – delantero centro – หน้าเป้า

สำหรับตารางนักเตะ 132 คนที่แบ่งออกเป็นกลุ่มตามข้างบน กลุ่มละ 12 คนในรอบแรกนี้ เชิญดูข้างล่างเลย! (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่)

รอบต่อไปจาก 132 คนก็จะเหลือ 77 คน (ตำแหน่งละ 7) หลังจากนั้นก็ 55 คน (ตำแหน่งละ 5) และสุดท้ายก็จะเหลือ 33 คน (ตำแหน่งละ 3)

ในรอบ 132 คนนี้ก็เหมือนๆทุกปี บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ก็เป็นสองทีมที่ส่งประกวดมากที่สุดด้วยจำนวน 18 และ 17 คนตามลำดับ ตามมาด้วย เอสปันญ่อล 14 คน และ แอตมาดริด 12 คน (ซึ่งใน 12 คน เป็นผู้รักษาประตูไปซะ 4 คน!! และ 2 ในสี่คงหลุดไปถึงรอบสุดท้ายแน่ๆ เผลอๆอันดับหนึ่งอันดับสองเรียงกันเลย สองคนที่พูดถึงคือ อเซนโฆ่ และ ดาวิด เด เกีย นั่นเอง)

สำหรับใครสนใจอยากได้ข้อมูลเพิ่มลองไปอ่านดูได้ในเวป ของ Futbal Draft นะครับ ใครฟังภาษาสเปนออกก็ลองเข้าไปดูวีดีโอสกู๊ปเกี่ยวกับการเลือกครั้งนี้ดูได้ใน MARCATV ครับ

หลายๆคนในลิสต์อาจจะคุ้นๆหู เพราะหลายๆคนก็เล่นในลีกสูงสุดกันแล้วไม่ว่าจะเป็น มูเนียอิน อัซปิลิกวยต้า กานาเลส ปาเรโฆ โบยาน อเซนโฆ่ เดเกีย และ อื่นๆ หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูเพราะเล่นในลีกต่ำๆลงมา เล่นในทีมสำรองของสโมสร หรือหลายๆคนเล่นในชุดเยาวชนของสโมสร(ตำกว่าทีมสำรองไปอีก)ก็ยังมี… ใครรู้จักคนไหน เคยดูเล่นก็ลองบอกๆกันได้!

LFPthailand ก็จะรายงานไปเรื่อยๆ เขาประกาศเมื่อไร รอดูได้เลย พอเหลือน้อยๆคน ถ้าคนไหนน่าสนใจ เดี๋ยวจะลองมาบ่นๆให้ฟัง…

เคล็ดลับใน ลามาเซีย..


วันนี้เอาเคล็ดลับสุดยอดในการปั้นเด็กของ บาร์เซโลน่า ใน ลา มาเซีย ว่าเขาฝึกเด็กกันยังไงมาฝาก… (ในวีดีโอมี ติอาโก้, โจนาธาน ดอส ซานโตส, กาย อัสซูลิน, เซร์คิโอ โรแบร์โต, มาร์ค มูนิเซีย)

55+ ฝึกยิงเป้า(หรือตูด..)
ขำๆครับ…

FICHADO! : เซร์คิโอ กานาเลส / adios: รุด ฟาน นิสเตลรอย


MARCA หนังสือพิมพ์ชื่อดังประจำกรุงมาดริด ตีข่าวว่า “FICHADO!” หรือ เรอัล มาดริด บรรลุการเจรจาคว้าตัวดาวเตะอายุน้อยน่าจับตามอง กานาเลส ได้ไว้ในครอบครองแล้ว หลังจากยื้อไปยื้อมาอาทิตย์กว่าๆ

พ่อของเขาได้เดินทางไปอังกฤษเพื่อรับฟังข้อเสนอของทีมต่างๆที่สนใจในบริการของลูกตน (พ่อเป็นเอเยนต์) ไม่ว่าจะเป็นทีม เชลซี แมนซิตี้ อาเซน่อล นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอจาก บาเยิร์น บาร์ซ่า บาเลนเซีย ที่คอยฉกอยู่ด้วย แต่ในที่สุด บัลดาโน่ ก็สามารถกล่อมให้ตัวนักเตะตัดสินใจฝากอนาคตในถิ่น ซานติเอโก เบอร์นาบิว

จะเซ็นกัน 6 ล้านยูโร (ราซิ่งจะเอา 10 มาดริดจ่าย 4 ตกลงกันได้ที่ 6) เซ็น 5 ปี จะอยู่ราซิ่งอย่างน้อยๆจนจบฤดูกาล 10/11 เซ็นกับมาดริดแน่ๆแล้ว แต่เรื่องสัญญาในการยืมตัวเล็กๆน้อยๆยังไม่มีความแน่นอน

ในขณะเดียวกัน มาร์ก้า ก็เสนอข่าวของการจากไปของ รุด ฟาน นิสเตอรอย อดีตซุปเปอร์ฮีโร่ของ เรอัล มาดริด ซึ่งผ่านการตรวจร่างกาย กำลังจะย้ายไป ฮัมบูร์ก เกือบจะแน่นอนแล้ว การซื้อขายครั้งนี้ดูเหมือนจะดีไปหมดสำหรับทุกฝ่าย รุด ก็จะได้โอกาสลงสนามมากขึ้น เพื่อลุ้นพื้นที่ในทีมชาติไปบอลโลกที่แอฟริกา มาดริดก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าเหนื่อยที่สูงลิบของรุด ทั้งๆที่ส่วนใหญ่พี่แกไม่นั่งข้างสนามก็เจ็บซะบ่อย ขายตอนนี้ ได้เงินมานิดหน่อย (หรือไม่ได้เลยไม่รู้..) ก่อนที่สัญญาจะหมดปลายปีนี้ ส่วนฮัมบูร์กก็ได้หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกไปร่วมทีม! win win win!

รุด และ เอเยนต์ของเขา เดินทางออกจากคลินิกของสโมสร หลังผลตรวจร่างกายผ่านไปด้วยดี

รุด นี่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในสเปน หลังจากประสบความสำเร็จมาในอังกฤษ คว้า ปิชิชี่ ตั้งแต่ปีแรกที่มาร่วมทีม เป็นส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกมาครอบครองได้ หลังจากไม่ได้อะไรมานานแสนนาน

รุดไป… ใครจะมาแทนหละ? ถ้าถามผม ผมว่าคงยังไม่มีเร็วๆนี้ เพราะ การมีกองหน้าอย่าง ราอูล อิกวาอิน เบนเซม่า และ โรนัลโด้ ซึ่งในสายตา เปเยกรินี่ น่าจะเป็นกองหน้า ดูจากการจัดตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา 4 คนสำหรับ 2 ตำแหน่งก็ดูไม่น่ามีปัญหาอะไร

เขารักของเขา…

สิงโต สัญลักษณ์ของสโมสร แอธ บิลเบา อยู่ข้างหน้าภาพฮีโร่ในอดีตของสโมสร

 
ชาวบาสก์เขามีวัฒนธรรม มีภาษาเป็นของตนเอง พวกเขาต่อสู้เพื่อแคว้นมาเป็นเวลายาวนาน แต่วันนี้ขอไม่ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนั้นละกัน เอาเป็นว่าชาวบาสก์เป็นกลุ่มคนที่อนุรักษ์นิยม วัฒนธรรมเป็นของตัวเอง เขาภูมิใจในวัฒนธรรมของเขา พวกเขาคิดว่าพวกเขาเป็นประเทศ สามารถปกครองตัวเองได้ จนบางครั้งมันอาจจะมากเกิน ทำให้เกิดความแบ่งแยก ซึ่งวันนี้เราก็จะไม่พูดถึงเรื่องนั้นเหมือนกัน แต่ที่ผมเกริ่นมา ผมก็คิดว่าคุณๆผู้อ่านก็พอเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อ

วงการลูกนังทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องในสนามฟุตบอล ทุกวันนีขยับนิดขยับหน่อยก็ธุรกิจ วันนี้ผมขอมาพูดเกี่ยวกับสโมสรๆหนึ่งในสเปน ซึ่งเล่นฟุตบอล โดยไม่เห็นถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นหลัก แต่กลับเป็นวัฒนธรรม สายเลือด เล่นฟุตบอลเป็นตัวแทนของแฟนๆ ทีมนี้ที่ผมจะมาพูดถึงในวันนีก็คือทีมจากแคว้นบาสก์ หลายๆคนคงเดาออกตั้งแต่แรกแล้ว ทีมนั้นคือ แอธเลติก บิลเบา

ชาวบาสก์ ออกมาชุมนุม และ ชูธงซึ่งสัญลักษณ์ของแคว้น

แอธเลติก บิลเบา มีระบบเยาวชน และ นโยบายทางการบริหารที่ขึ้นชื่อมากๆ พวกเขามีนโยบายง่ายๆ “Con cantera y afición, no hace falta importación.” หรือ… ด้วยแรงสนับสนุนจากแฟนๆท้องถิ่น เราไม่ต้องการสินค้านำเข้า….

เขาจะใช้นักเตะที่เป็นชาวบาสก์โดยกำเนิดเท่านั้น ไม่มีข้อแม้ และนักเตะเหล่านั้นก็ต้องผ่านการอบรมจากระบบเยาวชนของทีมด้วย

น่าเห็นใจผู้จัดการทีมนะครับ คงทำงานยากน่าดู การที่ไม่สามารถหยิบซื้อผู้เล่นต่างชาติ ที่มีผู้เล่นที่มีความสามารถที่จะมาเสริมตกแต่งให้กับสโมสรได้มากมาย แต่กลับต้องมาเลือกใช้จากกลุ่มคนชาวบาสก์ซึ่งมีจำนวนเพียง 3 ล้านคน เล่นบอลเป็นกี่คนยังไม่นับ… ถ้ายังไม่เชื่อว่ามันน่าลำบาก ก็ลองเลือกเล่น บิลเบา ใน Football Manager ก็ได้…

นอกจากนี้ผู้คนหลายๆคนอาจจะคิดว่า การที่ไม่สามารถซื้อนักเตะข้างนอกมาได้ อาจจะทำให้สตาร์ท้องถิ่นอย่าง ยอร์เรนเต้, หรือ เยสเต้ ขาดคู่แข่งในการแย่งตำแหน่ง และอาจจะทำให้ทีมเฉื่อย…. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ มันกลับตรงกันข้าม ผู้เล่นชาวบาสก์เหล่านี้เมื่ออยู่ภายใต้เสื้อสโมสร เช่นเดียวกับชาวบาสก์ทั้งหลาย พร้อมต่อสู้ พร้อมแลกเลือด แลกหยาดเหงื่อ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสโมสร แม้ว่าผู้จัดการทีมอาจจะปวดหัวเรื่องไม่สามารถซื้อคนที่ตัวเองต้องการได้…. แต่สิ่งที่เขาได้แทน คือผู้เล่นที่พร้อมที่จะให้สโมสรเท่าที่ตนจะให้ได้

นโยบายนี้มันเหมือนจะเป็น ประเพณี มากกว่าเป็น กฎเกณฑ์ เพราะมันไม่ได้มีอะไรเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม แฟนๆเห็นว่านโยบายนี้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่สำคัญและเก่าแก่ของสโมสร ถือเป็นสิ่งที่พวกเขาภูมิใจ

มันอาจจะยังมีเครื่องหมายคำถาม ถึงผลงานของสโมสร ภายใต้นโยบายนี้…. แอธเลติก บิลเบา เป็นหนึ่งในเพียงสามทีม ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปน ที่ยังไม่เคยตกลงไปเล่นในดิวิชั่นต่ำกว่าลีกสูงสุด อีกสองทีมคงไม่ต้องบอกว่าเป็นทีมอะไร มันถือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่ บิลเบา ยังสามารถอยู่ เล่นฟุตบอลในระดับสูงสุดได้อยู่ เป็นระยะเวลานานถึงขนาดนี้

แต่ถึงจะสามารถอยู่รอดได้ในดิวิชั่นสูงสุด แต่ แอธเลติก บิลเบา ก็ไม่ได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 1984….มันจึงเกิดคำถามว่า นโยบาย นี้…มันส่งผลดีหรือไม่กับสโมสร… เพราะบางที การตัดสินใจบางอย่าง จะได้บางอย่างอาจจะต้องเสียอย่าง ถ้าหากเขาอยากประสบความสำเร็จ บางครั้ง พวกเขาอาจจะต้องเสียสละอะไรบางอย่าง เพื่อแลกกับความสำเร็จและความมั่นคงในอนาคต…. แต่ความคิดแบบนี้กลับไม่อยู่ในหัวชาว บาสก์ แม้แต่นิดเดียว

ในปี 2006 พวกเขาเกือบจะตกชั้นอยู่แล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ต้องลุ้นถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล ก่อนที่จะเอาตัวรอดได้ หลังจาก เดปอ ดันไปตกม้าตายแพ้ในนัดสุดท้าย ทำให้ยังรอดอยู่ สำหรับแฟนๆที่ไม่ใช่ชาวบาสก์อาจจะมองว่านโยบายอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่ล้าสมัย และมันเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งไม่ให้ทีมประสบความสำเร็จทั้งในด้านการกีฬาและด้านธุรกิจเท่าที่ควร คำถามที่ตามมาคือพวกเขาสามารถอยู่รอดได้จริงอยู่ แต่การอยู่อย่างไรความสำเร็จมันพอแล้วหรอ… แต่หลังจากมีเสียงสะท้อน มีกระแสจะเอานโยบายนี้ออก ทุกครั้งก็จะมีเสียงจากพวกนักเตะเก่าๆ แฟนๆท้องถิ่นออกมาโจมตีความคิดนี้ และสุดท้าย แผนการล้มล้างนโยบายก็ถูกล้มเลิกไปทุกครั้งไป และมันก็เหมือนว่าความคิดนี้มันคงจะยังอยู่ไปอีกนาน

El Mundo หนังสือพิมพ์ชื่อดัง เคยได้ทำโพลล์ตรวจสอบความคิดเห็น ซึ่งผลก็ออกมาตอกย้ำว่า แฟนๆกว่า 80% เห็นว่า พวกเขายอมที่จะเห็นทีมรักตกชั้น ดีซะกว่าล้มเลิกนโยบายที่เป็นสิ่งที่พวกเขายึดมั่น และ ภูมิใจมาอย่างยาวนาน

ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆทีมจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ผลงานช่วงหลังๆ ถือว่าทำผลงานได้ดีเกินคาด เวลานี้ยึดที่ 7 ในตารางฟุตบอลลาลีก้า เล่น 15 นัดเก็บไป 26 คะแนน ฤดูกาลก่อนสามารถเข้าชิง โก ปา เดลเรย์ ครั้งแรกในรอบ 24 ปี ทั้งๆที่เป็นเจ้าของแชมป์มากสุดเป็นอันดับสอง (เป็นรองบาร์ซ่าเพียงสมัยเดียว)

….แน่นอน…เมื่อทีมสามารถเล่นได้ดี ระบบเยาวชนของสโมสรก็ได้รับคำชมกันหน้าบาน โครงสร้างสโมสรแบบนี้ ระบบเยาวชนเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการอยู่รอด และ ผลงานโดยรวมของทีม และในช่วงหลังๆ ถือว่าเยาวชนที่นี่สามารถผลิตนักเตะที่น่าสนใจๆออกมาได้ไม่หยุดหย่อน อย่างรายล่าสุด… อีเคร์ มูเนียอิน ที่หลังขึ้นชุดใหญ่มาไม่นาน ก็ทำลายสถิติต่างๆเป็นว่าเล่น หรือล่าสุดกว่านั้นเจ้าหนู รามาลโย่ ที่กำลังจ่อคิวขึ้นตามรอยมูเนียอินอดีตเพื่อนร่วมทีมเยาวชนขึ้นชุดใหญ่เร็วๆนี้

หนูน้อย มูเนียอิน
พวกเขาเชื่อว่า หากพวกเขาเชื่อในระบบเยาวชน และให้โอกาสอย่างเต็มที่ แทนที่จะเอาเงินไปซื้อนักเตะ สู้เอาเงินเหล่านั้นมาส่งเสริมบุคลากรในบริเวณนั้นจะดีกว่า ถือเป็นโครงสร้างสโมสรที่สร้างไว้บนฐานของนักเตะเยาวชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง แต่มันจะเกินไปไหม? เป็นวิถีทางที่ดีที่สุดรึเปล่า? หรือมันควรจะเป็นตัวอย่างสำหรับสโมสรอื่นๆให้ควรเอาแบบอย่างบ้าง? ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร….
“Con cantera y afición, no hace falta importación.”
…พวกเขา… เชื่ออย่างนั้น…